ภาวะพร่อง Growth Hormone (Growth Hormone Deficiency) เป็นภาวะทางการแพทย์ที่พบได้ในเด็กบางราย และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ บทความนี้อธิบายว่าภาวะนี้คืออะไร สังเกตได้อย่างไร และควรทำอย่างไรหากสงสัย
ภาวะพร่อง Growth Hormone คืออะไร
คือภาวะที่ต่อมใต้สมองผลิต Growth Hormone ได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสัญญาณกระตุ้นการเจริญเติบโตอย่างเพียงพอ ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตของเด็กช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐานตามวัยอย่างชัดเจน ภาวะนี้อาจเป็นมาแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลังจากสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกบริเวณต่อมใต้สมอง
สัญญาณที่ควรสังเกตในเด็ก
สัญญาณสำคัญคือ อัตราการเจริญเติบโตของส่วนสูงต่ำกว่า 4–5 เซนติเมตรต่อปีอย่างต่อเนื่องในเด็กวัยเรียน เด็กมีรูปร่างเล็กกว่าเพื่อนวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าดูเด็กกว่าวัย หรือมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากกว่าปกติ หากสังเกตพบสัญญาณเหล่านี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด
วินิจฉัยภาวะนี้ได้อย่างไร
แพทย์จะประเมินจากกราฟการเจริญเติบโตย้อนหลัง ตรวจเลือดวัดระดับ IGF-1 และอาจทำการทดสอบกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone (GH stimulation test) รวมถึงเอกซเรย์อายุกระดูก (bone age) เพื่อประเมินภาพรวมทั้งหมดก่อนวินิจฉัยและวางแผนการรักษา
รักษาภาวะพร่อง Growth Hormone ได้อย่างไร
หากได้รับการวินิจฉัยว่าขาด Growth Hormone จริง แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการฉีด Growth Hormone สังเคราะห์ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิด การเริ่มรักษาตั้งแต่อายุยังน้อยมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเริ่มรักษาช้า จึงควรพาลูกไปตรวจทันทีที่สงสัยความผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกตัวเล็กกว่าเพื่อน แปลว่าขาด Growth Hormone เสมอไปไหม?
ไม่เสมอไป เด็กหลายคนตัวเล็กจากพันธุกรรมปกติโดยไม่มีปัญหาฮอร์โมนใด ๆ การวินิจฉัยภาวะพร่อง Growth Hormone ต้องผ่านการตรวจทางการแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถสรุปจากรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียว
รักษาช้าไปมีผลอย่างไร?
การรักษาล่าช้าอาจทำให้เด็กเสียโอกาสในการเจริญเติบโตช่วงก่อน growth plate ปิดตัว จึงควรพบแพทย์ทันทีที่สงสัยความผิดปกติของการเจริญเติบโต
ภาวะพร่อง Growth Hormone เป็นภาวะที่วินิจฉัยและรักษาได้ หากพ่อแม่สังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติของการเจริญเติบโต การพาลูกไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือก้าวสำคัญที่ช่วยให้ลูกได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
เนื้อหานี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กจากหน่วยงานด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ:
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
- องค์การอนามัยโลก (WHO) — มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็ก
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการของบุตรหลาน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ

