คุณแม่อาจสังเกตว่าส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นมบางชนิดมีตัวย่อที่ฟังดูซับซ้อนอย่าง “CPP” แล้วมันคืออะไร? บทความนี้อธิบายว่า CPP หรือ Casein Phosphopeptide คืออะไร และทำหน้าที่ช่วยให้แคลเซียมเข้ากระดูกได้อย่างไร
CPP คืออะไร
CPP ย่อมาจาก Casein Phosphopeptide คือเปปไทด์ที่ได้จากการย่อย Casein ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในนม CPP มีโครงสร้างที่สามารถจับกับไอออนของแคลเซียมและรักษาให้คงสภาพละลายน้ำได้ในลำไส้เล็ก ป้องกันไม่ให้แคลเซียมตกตะกอนและถูกขับออกก่อนที่จะถูกดูดซึม
ทำไม CPP ถึงช่วยให้แคลเซียมเข้ากระดูกได้มากขึ้น
ปัญหาหนึ่งของแคลเซียมที่กินเข้าไปคือส่วนหนึ่งตกตะกอนในลำไส้ก่อนถูกดูดซึม โดยเฉพาะในสภาวะที่เป็นด่าง CPP ช่วยจับแคลเซียมไว้และพาผ่านลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น งานวิจัยชี้ว่า CPP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุอื่น ๆ อย่างสังกะสีและเหล็กด้วย
CPP พบในอาหารชนิดใด
CPP เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อโปรตีนนม (Casein) ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นการดื่มนมปกติก็ให้ CPP อยู่บ้าง แต่ในผลิตภัณฑ์โภชนาการบางชนิดมีการเพิ่ม CPP ที่ผลิตไว้เฉพาะเพื่อให้ได้ปริมาณที่ควบคุมได้แม่นยำกว่า
CPP ใน UniGrow Optipro
UniGrow Optipro มีระบบ CPP-D3-K2 ที่รวม CPP เข้ากับวิตามิน D3 และ K2 เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมและการนำแคลเซียมเข้าสู่กระดูก ร่วมกับ Aquamin F แคลเซียมจากสาหร่ายแดงและ Bonepep™ เป็นทางเลือกหนึ่งในการเสริมโภชนาการด้านกระดูกสำหรับเด็ก
คำถามที่พบบ่อย
CPP ปลอดภัยสำหรับเด็กแพ้นมวัวไหม?
CPP มาจากโปรตีนนม ดังนั้นเด็กที่แพ้โปรตีนนมควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี CPP และปรึกษาแพทย์ก่อน
CPP แตกต่างจากแคลเซียมทั่วไปอย่างไร?
CPP ไม่ใช่แหล่งแคลเซียม แต่เป็นสารที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การดื่มนมปกติให้ CPP เพียงพอไหม?
การดื่มนมให้ Casein ที่ถูกย่อยเป็น CPP ในลำไส้ ซึ่งช่วยดูดซึมแคลเซียมได้บ้าง ผลิตภัณฑ์ที่เติม CPP เพิ่มมีปริมาณที่แน่นอนกว่า
CPP เป็นตัวอย่างที่ดีของวิทยาศาสตร์โภชนาการที่ไปไกลกว่าแค่ “กินแคลเซียมเยอะ ๆ” การดูดซึมและการใช้งานแคลเซียมในร่างกายมีหลายขั้นตอน และ CPP ช่วยให้กระบวนการนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เนื้อหานี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กจากหน่วยงานด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ:
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
- องค์การอนามัยโลก (WHO) — มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็ก
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการของบุตรหลาน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ


