เมื่อพูดถึงสารอาหารที่ช่วยให้ลูกสูง ส่วนใหญ่นึกถึงแคลเซียมก่อนเสมอ แต่มีแร่ธาตุอีกตัวที่สำคัญมากในกระบวนการเติบโต นั่นคือสังกะสี (Zinc) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นฮอร์โมนเติบโตและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
สังกะสีเกี่ยวข้องกับการเติบโตอย่างไร
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์กว่า 300 ชนิดในร่างกาย และมีบทบาทสำคัญหลายประการสำหรับเด็กที่กำลังเติบโต
- กระตุ้นการผลิต IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งสัญญาณให้กระดูกและกล้ามเนื้อเติบโต
- สนับสนุนการสังเคราะห์โปรตีนและ DNA ที่จำเป็นสำหรับการสร้างเซลล์ใหม่
- ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กป่วยน้อยลงและพัฒนาการไม่หยุดชะงัก
เด็กที่ขาดสังกะสีจะเป็นอย่างไร
การขาดสังกะสีเรื้อรังในเด็กอาจส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวม เช่น เติบโตช้ากว่าเกณฑ์ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และมีปัญหาด้านความอยากอาหาร อย่างไรก็ตาม ควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อยืนยันก่อนสรุปว่าขาดสังกะสี เพราะอาการเหล่านี้อาจมาจากสาเหตุอื่นด้วย
แหล่งสังกะสีจากอาหาร
- เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เป็นแหล่งสังกะสีที่ดูดซึมได้ดี
- สัตว์ปีก ไก่และไก่งวง
- ถั่ว เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วชิกพี
- เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา
- ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
สังกะสีและสารอาหารอื่น ๆ
สังกะสีทำงานร่วมกับแคลเซียม วิตามิน D3 และโปรตีนในกระบวนการสร้างกระดูก การได้รับสารอาหารหลายชนิดในปริมาณสมดุลจึงสำคัญกว่าการเน้นสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป UniGrow Optipro มีส่วนผสมของสารอาหารหลายชนิดเพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนากระดูก รวมถึงระบบ CPP-D3-K2 และ Bonepep™ เป็นทางเลือกหนึ่งในการเสริมโภชนาการสำหรับเด็กในวัยเจริญเติบโต
คำถามที่พบบ่อย
ลูกควรได้รับสังกะสีเท่าไรต่อวัน?
ความต้องการสังกะสีแตกต่างตามวัย ควรอ้างอิงจากแนวทางของกรมอนามัยและปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมสังกะสีให้ลูก
การกินสังกะสีมากเกินไปเป็นอันตรายไหม?
สังกะสีในปริมาณสูงเกินไปอาจขัดขวางการดูดซึมทองแดงและเหล็ก ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
ลูกกินเนื้อน้อยหรือไม่กินเนื้อ จะได้สังกะสีพอไหม?
ได้จากถั่วและธัญพืช แต่สังกะสีจากพืชดูดซึมได้น้อยกว่าจากเนื้อสัตว์เล็กน้อย การกินอาหารให้หลากหลายและครบหมู่ช่วยชดเชยได้
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มักถูกมองข้ามในการดูแลโภชนาการเด็ก การดูแลให้ลูกได้รับสังกะสีเพียงพอจากอาหารหลากหลายประเภทจะช่วยสนับสนุนระบบการเจริญเติบโตโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น
เนื้อหานี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กจากหน่วยงานด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ:
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
- องค์การอนามัยโลก (WHO) — มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็ก
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการของบุตรหลาน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ


