วิตามิน D จากอาหารธรรมชาติสำหรับเด็ก: ทำไมเด็กไทยยังขาดแม้อยู่เมืองร้อน

วิตามิน D จากอาหารธรรมชาติสำหรับเด็ก: ทำไมเด็กไทยยังขาดแม้อยู่เมืองร้อน

“ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน แต่ทำไมเด็กไทยยังขาดวิตามิน D ได้?” หลายคนตั้งคำถามนี้ เพราะเชื่อว่าแสงแดดที่มีตลอดปีควรทำให้ร่างกายสร้างวิตามิน D ได้เพียงพอ บทความนี้จะช่วยอธิบายเหตุผลและแนะนำแหล่งวิตามิน D จากอาหารธรรมชาติที่ช่วยเสริมได้

ทำไมเด็กไทยยังขาดวิตามิน D

แม้ประเทศไทยจะมีแสงแดดอุดมสมบูรณ์ แต่เด็กส่วนใหญ่ในเมืองมักอยู่แต่ในอาคารหรือในรถ ใส่เสื้อผ้ามิดชิด หรือทาครีมกันแดด ทำให้ผิวหนังไม่ได้รับแสงแดดในปริมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่แสงแดดสังเคราะห์วิตามิน D ได้ดีที่สุดมักเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน ซึ่งหลายครอบครัวหลีกเลี่ยงการออกกลางแจ้ง

วิตามิน D สำคัญต่อการเติบโตอย่างไร

วิตามิน D ทำหน้าที่ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือด หากขาดวิตามิน D แม้จะกินแคลเซียมมากแค่ไหน ร่างกายก็ไม่สามารถนำแคลเซียมไปใช้ที่กระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิตามิน D จึงเปรียบเหมือน “กุญแจ” ที่เปิดประตูให้แคลเซียมเข้าสู่กระดูก

แหล่งวิตามิน D จากอาหาร

  • ไข่แดง แหล่งวิตามิน D ธรรมชาติที่หาง่ายและเด็กส่วนใหญ่ชอบ
  • ปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่เสริมวิตามิน D
  • เห็ดที่ผ่านแสงแดด เช่น เห็ดหอม เพราะเห็ดสามารถสังเคราะห์วิตามิน D ได้เมื่อถูกแสงแดด

แสงแดดยังสำคัญอยู่

แม้อาหารช่วยเสริมได้ แต่แสงแดดยังเป็นแหล่งหลักของวิตามิน D การพาลูกออกเล่นนอกบ้านในช่วงเช้าหรือเย็น (ช่วงที่แสงไม่แรงเกินไป) สัปดาห์ละหลายครั้งก็ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามิน D ได้บ้าง

UniGrow Optipro มีระบบ CPP-D3-K2 ที่รวมวิตามิน D3 และ K2 ร่วมกับ CPP เพื่อช่วยเรื่องการดูดซึมและการนำแคลเซียมไปใช้ที่กระดูก นอกจากนี้ยังมี Aquamin F แคลเซียมจากสาหร่ายแดง และ Bonepep™ เป็นทางเลือกหนึ่งในการเสริมสารอาหารด้านวิตามิน D ควบคู่กับอาหารและการออกกลางแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกขาดวิตามิน D?
ควรพาลูกพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหากสงสัย เพราะอาการขาดวิตามิน D ในระดับเบาอาจไม่แสดงอาการชัดเจน

ลูกควรรับแสงแดดวันละนานแค่ไหน?
ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสีผิวและความเข้มแสง โดยทั่วไปช่วงเวลาสั้น ๆ ในตอนเช้าหรือเย็นก็ช่วยได้ ไม่ควรรับแสงช่วงกลางวันที่แรงจนอาจทำให้ผิวไหม้

ควรซื้อวิตามิน D เสริมให้ลูกไหม?
ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการเสริมในปริมาณที่มากเกินไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพ แพทย์จะประเมินจากระดับวิตามิน D ในเลือดก่อนแนะนำ

การดูแลให้ลูกได้รับวิตามิน D ทั้งจากอาหาร แสงแดด และการเสริมอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ ช่วยให้แคลเซียมที่ลูกกินเข้าไปถูกนำไปใช้ประโยชน์ที่กระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

เนื้อหานี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กจากหน่วยงานด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ:

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการของบุตรหลาน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ

ดร.บอย
เรียบเรียงและตรวจสอบโดย
ดร.บอย · นักโภชนาการ

ดร.บอย นักโภชนาการผู้มีประสบการณ์กว่า 6 ปี ด้านโภชนาการเพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาความสูงในเด็ก มุ่งมั่นให้ความรู้แก่พ่อแม่ในการดูแลโภชนาการของลูกอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

อัปเดตล่าสุด: 23 June 2026